<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Green Coast II &#187; บทความ</title>
	<atom:link href="http://www.withailand.org/GC/?feed=rss2&#038;cat=5" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.withailand.org/GC</link>
	<description>โครงการจัดการทรัพยากรชายฝั่งตำบลท่าข้าม อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง โดยชุมชน</description>
	<lastBuildDate>Sun, 04 Apr 2010 05:31:14 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>กฟน.ชวนไปปลูก &#8220;หญ้าทะเล&#8221;</title>
		<link>http://www.withailand.org/GC/?p=18</link>
		<comments>http://www.withailand.org/GC/?p=18#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Apr 2010 05:31:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดตรัง]]></category>
		<category><![CDATA[พะยูน]]></category>
		<category><![CDATA[หญ้าทะเล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.withailand.org/GC/?p=18</guid>
		<description><![CDATA[ป่าชายเลนได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งอาหาร  และแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำน้อยใหญ่  ก่อนที่จะเติบโตไปใช้ชีวิตในทะเล  นอกจากนี้  ป่าชายเลนยังช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง  แต่ถ้าเทียบกับ  "หญ้าทะเล"  (Seagrasses)  บทบาทของหญ้าทะเลกับคุณค่าของป่าชายเลนที่มีต่อระบบนิเวศ  แทบไม่มีความแตกต่างกัน
     "หญ้าทะเล"  เป็นแหล่งอาหารสำคัญของสัตว์ขนาดใหญ่น่ารักอย่าง  "พะยูน"  ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลที่หายากและแทบจะสูญพันธุ์
      ปัจจุบันปลาพะยูนมีเหลืออยู่ราวเพียง  250  ตัว  อาศัยในทะเลอันดามันประมาณ  200   ตัว  และอาศัยอยู่ในอ่าวไทยประมาณ  50  ตัว  พื้นที่ที่พบมากที่สุดคือเกาะลิบง  เกาะมุก  จ.ตรัง  ประมาณ  128  ตัว  ส่วนสถานการณ์พะยูนในพื้นที่จังหวัดตรัง  กระบี่  พังงา  มีแนวโน้มว่าจะสูญพันธุ์ในอีก  20-30  ปีข้างหน้า  ถ้าไม่มีการเร่งอนุรักษ์อย่างจริงจัง ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ป่าชายเลนได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งอาหาร  และแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำน้อยใหญ่  ก่อนที่จะเติบโตไปใช้ชีวิตในทะเล  นอกจากนี้  ป่าชายเลนยังช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง  แต่ถ้าเทียบกับ  &#8220;หญ้าทะเล&#8221;  (Seagrasses)  บทบาทของหญ้าทะเลกับคุณค่าของป่าชายเลนที่มีต่อระบบนิเวศ  แทบไม่มีความแตกต่างกัน<br />
     &#8220;หญ้าทะเล&#8221;  เป็นแหล่งอาหารสำคัญของสัตว์ขนาดใหญ่น่ารักอย่าง  &#8220;พะยูน&#8221;  ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลที่หายากและแทบจะสูญพันธุ์<br />
      ปัจจุบันปลาพะยูนมีเหลืออยู่ราวเพียง  250  ตัว  อาศัยในทะเลอันดามันประมาณ  200   ตัว  และอาศัยอยู่ในอ่าวไทยประมาณ  50  ตัว  พื้นที่ที่พบมากที่สุดคือเกาะลิบง  เกาะมุก  จ.ตรัง  ประมาณ  128  ตัว  ส่วนสถานการณ์พะยูนในพื้นที่จังหวัดตรัง  กระบี่  พังงา  มีแนวโน้มว่าจะสูญพันธุ์ในอีก  20-30  ปีข้างหน้า  ถ้าไม่มีการเร่งอนุรักษ์อย่างจริงจัง<br />
    &#8220;หญ้าทะเล&#8221;  ถือเป็นทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลที่สำคัญ  เพราะแนวหญ้าทะเลเป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตสูง  เนื่องจากมีการสะสมของดินตะกอนและสารอาหารจากบริเวณปากแม่น้ำ  นอกจากนี้  หญ้าทะเลยังเป็นที่อยู่อาศัย  แหล่งอาหาร  แหล่งวางไข่  และหลบซ่อนศัตรูของสัตว์น้ำเศรษฐกิจ   สัตว์น้ำวัยอ่อน  โดยเฉพาะสัตว์หายากอย่างพะยูน  เต่าทะเล<br />
     นอกจากนี้  ประโยชน์ทางอ้อมของหญ้าทะเลอีกอย่างก็คือ  เป็นเสมือนกำแพงช่วยชะลอความรุนแรงของกระแสน้ำที่พัดเข้าสู่ฝั่งลดอัตราการพังทะลายของฝั่งลง<br />
    สำหรับประเทศไทย  ชายฝั่งทะเลจังหวัดตรัง  บริเวณอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม  เกาะลิบง  และเกาะมุก  ถือว่าเป็นแหล่งหญ้าทะเลที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย  และอาจเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์แหล่งสุดท้ายสำหรับพะยูนก็เป็นได้ <br />
     จากการสำรวจในปี  2549  ของสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล  ชายฝั่งและป่าชายเลน  พบว่าในท้องทะเลไทยมีแหล่งหญ้าทะเลประมาณ  9.29  หมื่นไร่  แบ่งเป็นฝั่งอันดามันประมาณ  5.87  หมื่นไร่  และอ่าวไทย  3.42  หมื่นไร่  แต่ปัจจุบันหญ้าทะเลอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม  ทั้งจากการทำประมงโดยใช้อวนรุนใกล้ชายฝั่ง  หรือทำนากุ้ง  ทำให้น้ำทะเลมีตะกอนมากขึ้น  ขัดขวางการเจริญเติบโตของหญ้าทะเล  นอกจากนี้  หญ้าทะเลยังได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นตามภาวะโลกร้อน  ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้หญ้าทะเล  ล่อแหลม  เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เป็นอย่างมาก  ซึ่งการสูญพันธุ์ของหญ้าทะเล  ย่อมทำให้  &#8220;พะยูน&#8221;  ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงพลอยสูญพันธุ์ไปด้วยอย่างแน่นอน<br />
     เมื่อเร็วๆ  นี้  การไฟฟ้านครหลวง  หรือ  กฟน.  ได้จัดโครงการรณรงค์ให้พนักงานและประชาชน  ชุมชนท้องถิ่น  200  ราย  ตลอดจนสื่อมวลชนช่วยกันปลูก  &#8220;หญ้าทะเล&#8221;  ในท้องทะเลจังหวัดตรัง  เนื่องจากแม้ว่าหญ้าทะเลที่มี่พื้นที่ถึง  9.3  หมื่นไร่  แต่ในจำนวนนี้มีถึง  30%  ที่หญ้าทะเลอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม  จึงจำเป็นต้องจัดทำแผนฟื้นฟูหญ้าทะเลเพื่อการคืนกลับมาของพะยูน  และระบบนิเวศทางทะเล  สำหรับจุดที่  กฟน.  ได้ปลูกหญ้าทะเลนี้ก็คือ  เกาะค้างคาว  ตำบลท่าข้าม  อำเภอปะเหลียน<br />
     โดย  กฟน.หวังว่าการดึงให้ชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการปลูกหญ้าทะเลครั้งนี้  ก็เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่ยั่งยืน   พร้อมทั้งสร้างความตระหนัก   ปลูกฝังจิตสำนึกการอนุรักษ์  หวงแหนในทรัพยากรท้องถิ่น  และจุดประกายให้อีกหลายหน่วยงาน  หันมาเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์หญ้าทะเล  แหล่งอาหารแห่งเดียวที่เลี้ยงสายใยชีวิตของพะยูนและเต่าทะเล.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.withailand.org/GC/?feed=rss2&amp;p=18</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
