Share |

กฟน.ชวนไปปลูก “หญ้าทะเล”

เมษายน 4, 2010
By admin

ป่าชายเลนได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งอาหาร  และแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำน้อยใหญ่  ก่อนที่จะเติบโตไปใช้ชีวิตในทะเล  นอกจากนี้  ป่าชายเลนยังช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง  แต่ถ้าเทียบกับ  “หญ้าทะเล”  (Seagrasses)  บทบาทของหญ้าทะเลกับคุณค่าของป่าชายเลนที่มีต่อระบบนิเวศ  แทบไม่มีความแตกต่างกัน
     “หญ้าทะเล”  เป็นแหล่งอาหารสำคัญของสัตว์ขนาดใหญ่น่ารักอย่าง  “พะยูน”  ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลที่หายากและแทบจะสูญพันธุ์
      ปัจจุบันปลาพะยูนมีเหลืออยู่ราวเพียง  250  ตัว  อาศัยในทะเลอันดามันประมาณ  200   ตัว  และอาศัยอยู่ในอ่าวไทยประมาณ  50  ตัว  พื้นที่ที่พบมากที่สุดคือเกาะลิบง  เกาะมุก  จ.ตรัง  ประมาณ  128  ตัว  ส่วนสถานการณ์พะยูนในพื้นที่จังหวัดตรัง  กระบี่  พังงา  มีแนวโน้มว่าจะสูญพันธุ์ในอีก  20-30  ปีข้างหน้า  ถ้าไม่มีการเร่งอนุรักษ์อย่างจริงจัง
    “หญ้าทะเล”  ถือเป็นทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลที่สำคัญ  เพราะแนวหญ้าทะเลเป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตสูง  เนื่องจากมีการสะสมของดินตะกอนและสารอาหารจากบริเวณปากแม่น้ำ  นอกจากนี้  หญ้าทะเลยังเป็นที่อยู่อาศัย  แหล่งอาหาร  แหล่งวางไข่  และหลบซ่อนศัตรูของสัตว์น้ำเศรษฐกิจ   สัตว์น้ำวัยอ่อน  โดยเฉพาะสัตว์หายากอย่างพะยูน  เต่าทะเล
     นอกจากนี้  ประโยชน์ทางอ้อมของหญ้าทะเลอีกอย่างก็คือ  เป็นเสมือนกำแพงช่วยชะลอความรุนแรงของกระแสน้ำที่พัดเข้าสู่ฝั่งลดอัตราการพังทะลายของฝั่งลง
    สำหรับประเทศไทย  ชายฝั่งทะเลจังหวัดตรัง  บริเวณอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม  เกาะลิบง  และเกาะมุก  ถือว่าเป็นแหล่งหญ้าทะเลที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย  และอาจเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์แหล่งสุดท้ายสำหรับพะยูนก็เป็นได้ 
     จากการสำรวจในปี  2549  ของสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล  ชายฝั่งและป่าชายเลน  พบว่าในท้องทะเลไทยมีแหล่งหญ้าทะเลประมาณ  9.29  หมื่นไร่  แบ่งเป็นฝั่งอันดามันประมาณ  5.87  หมื่นไร่  และอ่าวไทย  3.42  หมื่นไร่  แต่ปัจจุบันหญ้าทะเลอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม  ทั้งจากการทำประมงโดยใช้อวนรุนใกล้ชายฝั่ง  หรือทำนากุ้ง  ทำให้น้ำทะเลมีตะกอนมากขึ้น  ขัดขวางการเจริญเติบโตของหญ้าทะเล  นอกจากนี้  หญ้าทะเลยังได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นตามภาวะโลกร้อน  ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้หญ้าทะเล  ล่อแหลม  เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เป็นอย่างมาก  ซึ่งการสูญพันธุ์ของหญ้าทะเล  ย่อมทำให้  “พะยูน”  ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงพลอยสูญพันธุ์ไปด้วยอย่างแน่นอน
     เมื่อเร็วๆ  นี้  การไฟฟ้านครหลวง  หรือ  กฟน.  ได้จัดโครงการรณรงค์ให้พนักงานและประชาชน  ชุมชนท้องถิ่น  200  ราย  ตลอดจนสื่อมวลชนช่วยกันปลูก  “หญ้าทะเล”  ในท้องทะเลจังหวัดตรัง  เนื่องจากแม้ว่าหญ้าทะเลที่มี่พื้นที่ถึง  9.3  หมื่นไร่  แต่ในจำนวนนี้มีถึง  30%  ที่หญ้าทะเลอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม  จึงจำเป็นต้องจัดทำแผนฟื้นฟูหญ้าทะเลเพื่อการคืนกลับมาของพะยูน  และระบบนิเวศทางทะเล  สำหรับจุดที่  กฟน.  ได้ปลูกหญ้าทะเลนี้ก็คือ  เกาะค้างคาว  ตำบลท่าข้าม  อำเภอปะเหลียน
     โดย  กฟน.หวังว่าการดึงให้ชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการปลูกหญ้าทะเลครั้งนี้  ก็เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่ยั่งยืน   พร้อมทั้งสร้างความตระหนัก   ปลูกฝังจิตสำนึกการอนุรักษ์  หวงแหนในทรัพยากรท้องถิ่น  และจุดประกายให้อีกหลายหน่วยงาน  หันมาเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์หญ้าทะเล  แหล่งอาหารแห่งเดียวที่เลี้ยงสายใยชีวิตของพะยูนและเต่าทะเล.

Tags: , ,

Leave a Reply